2009/Dec/06

  

  

ตอนแรกยังคงไม่เข้าใจกับคำว่า "โลกที่กว้างใหญ่"

ไม่ทันเอะใจว่าโลกใบนี้มันใหญ่กว่าเรามากแค่ไหน.........

ตอนแรกยังคงไม่เชื่อกับคำว่า "เวลาทั้งชีวิต อาจไม่เพียงพอที่จะเรียนรู้"

  

หลังจากหายใจเข้าออกมาเป็นเวลา 22 ปีโดยประมาณ

โลกของฉัน ค่อยๆขยายอาณาเขตกว้างใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ

โลกที่เคยคิดว่ามีแต่สิ่งดี เริ่มเปลี่ยนไป

พบเจอผู้คน คนแล้วคนเล่า...............................

เกินครึ่งของคนเหล่านั้น เข้ามามีบทบาทในชีวิตของฉัน

มีผลต่อความคิด และ การตัดสินใจหลายอย่าง

หลายคนที่เคยคิดว่าดีและเข้าใจกัน แต่กลับไม่เป็นอย่างนั้น

หลายคนที่เคยคิดว่าคงเข้ากันไม่ได้ แต่กลับไม่เป็นอย่างนั้น

ทั้งหมดนี้ บางทีอาจจะเป็นเพราะตัวฉันเอง...................

  

ฉันเคยเชื่อใจ ไว้ใจ ให้ใจไปกับหลายคนที่เรียกว่า...เพื่อน

แต่ถ้ามันทำให้ต้อง "เสียใจ" ฉันคงต้องขอ "ใจ" ของฉันคืน

โลกที่ฉันเรียนรู้ทุกวันนี้ ส่วนใหญ่มีแต่สีดำ

สิ่งที่ฉันมองเห็น มักเป็นสีขาวที่มีสีดำเจือปน

ฉันเริ่มเข้าใจว่า ไม่มีอะไรขาวสนิท รวมถึงตัวฉันเอง

แต่จะมีสีดำมากแค่ไหนนั้น คงเป็นอีกเรื่องหนึ่ง.......

  

ช่วงนี้ชีวิตไม่ได้ย่ำแย่ แต่คงเป็นแค่ทางกายภาพ

ส่วนทางจิตใจนั้น มีเรื่องหมุนเวียนมาให้คิดตลอดเวลา

ถ้าเป็นเรื่องที่ดีบ้าง ชีวิตคงจะสดใส

ขอแค่ซักเรื่องที่จะทำให้ชีวิตมีความสุขขึ้นอีกนิด

เท่านี้ก็พอ......

  

  

  

ถ้าตอนนี้จะขอใครซักคน มาเป็นที่พึ่งทางใจ.....จะเป็นไปได้มั้ย?

   

2009/Sep/19

  

วันที่ 17 กันยายน 2552

ฉันตรวจวิทยานิพนธ์ครั้งสุดท้าย

ครั้งที่ไม่น่าจะมีอะไรผิดพลาด ทุกอย่างดำเนินไปอย่างราบรื่น

อย่างที่มันควรจะเป็น ทุอย่างควรจะจบลงด้วยดี

แต่ทุกอย่างมักไม่เป็นไปอย่างที่คิด........................

ข้อผิดพลาดเพียงเล็กน้อย จากตัวเลขเพียง 3 ตัว

กระทุ้งรอยรั่ว ให้กลายเป็นรูโหว่ขนาดใหญ่..............

  

ความรู้สึกไม่ต่างอะไรไปจาก..........................

การวิ่งมาราธอนอย่างตั้งใจมาตลอด 1 เดือน

แล้วกลับมาสะดุดล้ม ข้อเท้าแพลง อยู่หน้าเส้นชัย

แค่อีกนิดเดียว อีก 2 ก้าว ทำไมถึงข้ามไปไม่พ้นกันนะ

แค่นิดเดียว อีกนิดเดียวแท้ๆ....................................

  

มารู้ตัวอีกทีหลังจากล้มไปแล้ว

ถึงได้รู้ว่าตัวเองตั้งใจมากแค่ไหน

ทุ่มเท และคาดหวังไว้มากอย่างที่ไม่เคยคาดคิด

ตอนล้ม มันถึงได้ เจ็บมาก...........มาก.............

มากพอที่จะไม่อยากลุกขึ้นอีกเลย......................

  

สำหรับฉัน เมื่อล้มไปแล้ว ไม่มีใครฃ่วยอะไรได้

ไม่มีใครทำให้รู้สึกดีขึ้นได้ แม้แต่คนเดียว

คงมีแต่เวลา ที่จะช่วยบรรเทาไปได้บ้าง

แต่จะใช้เวลามากขนาดไหน ก็เป็นอีกเรื่องนึง

  

ตอนนี้ พลังใจหายไปไหนหมดไม่รู้.............

แค่จะหายใจยังไม่อยากทำ

ถึงจะเข้าใจว่า นี่ไม่ใช่ทั้งหมดของชีวิต..........

แต่เป็นทั้งหมดของชีวิตช่วงนี้

  

ฉันไปต่อไม่ไหว.........................................

ฉันลุกขึ้นไม่ไหวแล้ว ในตอนนี้.......................

  

ฉันขอ...ขอให้ทุกอย่าง มันเป็นแค่ฝันไปได้มั้ย???

   

  

ps. ฉันไม่อยากได้ความสงสารจากใคร

ถ้าไม่พร้อม อย่าเสนอตัวที่จะเป็นความหวังของใคร.............

เพราะแทนที่ความรู้สึกดีขึ้น มันกลับเป็น "แผลเจ็บมากกว่าเดิม"

pps. เรารู้จักกัน อย่างน้อยเรารู้จักแกดีพอที่จะบอกได้ว่า....

แกไม่อยากไปแล้ว ซึ่งต่างกับคำว่า...ไปไม่ได้แล้ว.....มาก

ppps. ขอบคุณสำหรับทุกความเห็นใจ ที่เห็นได้ชัดว่า "ไม่มีใครเห็น"

   

2009/Aug/03

  

แฟน แปลว่า อะไร?? คนที่ทำให้คุณไม่โสด??

แฟน = เนื้อคู่ รึเปล่า แล้วเหมือนกับคำว่า คนรัก มั้ย??

หรือจะเป็นปัจจัยที่ 6 รองจากมือถือ??

หรือ แฟนก็เปนแค่ คนๆหนึ่งที่เราอยากเป็น "เจ้าของ"

 

เคยสงสัยกันมั้ยว่า ทำไมคนเราถึงยึดติดกับคำว่าแฟนกันมากมาย??

เพื่อนชอบแซวฉันเกี่ยวกับ สถานะไร้แฟน หรือ เรียกสั้นๆว่า "โสด"

จนทำให้ฉันสงสัยว่า สถานะ"โสด" นี่มันดูน่าเศร้าอะไรขนาดนั้นกันเชียว

ราวกับว่า เธอโสด = เธอช่างตัวคนเดียวซะจริงๆ.....ประมาณนี้

หรือเรียกสั้นๆ ได้อีกว่า "โสดสิ้นหวัง" ทำนองนั้น

  

อันที่จริงต้องขอบอกว่า ฉันไม่พอใจเท่าไหร่.......

เข้าข่ายที่อยากจะตะโกนดังๆ ให้โลกรู้ว่า

""เลิกยัดเยียดสถานะโสดสิ้นหวังให้กูซักทีค่ะ""

เพราะคำพูดพวกนั้น มันกลับทำให้ฉันรู้สึกแย่ยิ่งกว่า

เลิกทำให้ฉันรู้สึกว่า "การที่ไม่มีแฟน = คนอีกชนชั้นนึง"

เพราะมันเสียความรู้สึกจริงๆ ไม่ใช่กับสถานะโสดหรอกนะ

แต่กับคนพูดที่อยู่ในสถานะเพื่อนกันต่างหาก....

เพราะฉันโสด แต่ไม่สิ้นหวังน้ะ!!!!!!

  

ทุกคนเอาแต่มองหาคำตอบ จากคำถามที่ว่า "ทำไมไม่มีแฟน"

แล้วคำตอบของคำถามที่ว่า "ทำไมถึงต้องมีแฟน??" ล่ะ??

เพราะว่าเพื่อนมี เพราะว่าคนรอบข้างมี แค่นั้นรึป่าว??

ฉันคงไม่ปฎิเสธว่า....ก็มีบ้างนิดนึง ที่เคยมองหา'แฟน'

แต่ตอนนี้ ความคิดของฉันเปลี่ยนไปนิดหน่อย......

ฉันเลิกมองหาแฟน แต่หันมามองหา "8oiyd" แทน

สำหรับบางคนคงบอกได้ว่ามันเหมือนกัน

แต่สำหรับฉันมันไม่เหมือนกัน............

   

เพราะสิ่งที่ฉันได้เรียนรู้มาจากเพื่อนใกล้ตัว

คำว่า แฟน ไม่ต่างอะไรกับการเป็นเจ้าของคนหนึ่งคน

ผูกมัดการใช้ชีวิตของคน 2 คน ด้วยคำๆเดียว

ทำอย่างนั้นสิ ทำอย่างนี้สิ ห้ามทำนั่น ห้ามทำนี่

แล้วมีจุดจบแค่...แต่งงานมีลูก.......

  

แค่นั้นเองเหรอ?? แล้วชีวิตที่เหลือล่ะ??

  

เพราะฉันยังอยากเดินทาง ยังมีสิ่งที่อยากทำอีกเยอะแยะ

หากจะต้องไปยึดติดกับใครซักคน ก็เหมือนกับชีวิตหยุดเดิน

บางคนต้องการคนที่จะเดินไปด้วยกัน แต่บางคนนั่น ไม่ใช่ฉัน....

  

ถ้าฉันจะต้องการใคร ในตอนนี้...ที่ฉันอยากได้สุดๆไปเลย

คงเป็นเพื่อนที่รู้ใจ [ที่ฉันก็มีอยู่แล้ว] มากกว่า....

ดังนั้นฉันจึงอยู่ใน ""สถานะโสด แต่ไม่โดดเดี่ยว""

รอการเดินทางในชีวิต มากกว่าที่จะรอใครซักคนมาเป็นแฟน

  

"I'm gonna say the one thing you aren't supposed to say.

I love you…but I love me more. I’ve been in a relationship

with myself for 22 years and that’s the one I need to work on."

by Samantha,

Sex and the City the Movie

  

If I don't have, so.....???

ถ้าฉันไม่มี [แฟน] แล้วไง??????

  

  

  

 

ps. หลายคนอ่าน แล้วอาจคิดว่า.....ฉันหลอกตัวเอง

มันก็คงจะใช่อยู่ส่วนนึง แต่ถ้าเรียกส่วนนั้นว่า.......

เลือกที่จะมองอีกมุม............อาจจะดูเข้าทีกว่า

pps. แต่ใช่ว่า....ฉันไม่อยากมีแฟนซะเมื่อไหร่ ฮาๆๆๆๆ

ของอย่างนี้มันต้องลองงงงงง.....!!!!!!!!!!!!